ชื่อเล่น นันท์ อายุ 20 ปี
ฉายาที่เพื่อนมักเรียก "นักรบเขมร" และ " คำบัว"
นิสัย สงบ เงียบ (รึเปล่า?)
ความไฝ่ฝัน อยากเรียนให้จบเร็วๆ (ภายในสี่ปี) จะได้มีงานทำ
ศิลปินที่ชื่นชอบ LADY GAGA
ล่าสุด สังกัดจังหวัดที่ 77 ของเมืองไทย จังหวัด "บึงกาฬ"
ชั้นฐานแผ่นฟิล์มบางที่ทำจากโพลีเมอร์ หรือเมทัลออกไซด์ (Metal Oxide) ถูกวางอยู่ระหว่างอิเล็กโตรดทั้งสอง โดยพื้นผิวของฟิล์มบางดังกล่าวถูกเคลือบด้วยอิเล็กโตรดโลหะแบบมีรูพรุนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและปัญหาจากแสงแดด
ชื้นในลักษณะของกราฟเอกซ์โปเนนเชียลกลับด้าน โครงสร้างของเซนเซอร์ Resistive ประกอบด้วยอิเล็กโตรดโลหะ 2 ส่วนวางอยู่บนฐานด้วยเทคนิคการวางแบบโฟโตรีซีส (Photo resist) อิเล็กโตรดอาจมีขดลวดพันรอบ Wire-wound Electrodes ใช้แกนเป็นพลาสติกหรือแท่งแก้วทรงกระบอกในส่วนของฐานนั้นถูกเคลือบด้วยเกลือ (Salt) หรือโพลีเมอร์ (Conductive Polymer) การทำงานของเซนเซอร์ก็คือดูดซับไอน้ำและไอออนที่แตกตัว เป็นผลให้ค่าความนำไฟฟ้าของตัวกลางเพิ่มขึ้น โดยช่วงเวลาการตอบสนองของเซนเซอร์อยู่ในช่วง 10 ถึง 30 วินาทีสำหรับการเปลี่ยนแปลงในช่วง 63% โดยย่านของอิมพีแดนซ์ที่เปลี่ยนแปลงของเซนเซอร์แปรเปลี่ยน 1 kW ถึง 100 mW
(วงจร Wheatstone Bridge Circuit) ในการวัดโดยเกจตัวต้านทานทั้งสี่จะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อใช้แปลงแรงที่กระทำกับตัวของมันไม่ว่าจะเป็นแรงกดหรือแรงดึงส่ง สัญญาณออกมาเป็นแรงดันไฟฟ้า โดยที่แรงดันไฟฟ้าที่ได้จะมีหน่วยเป็น mV/V หมายความว่า ถ้าจ่ายแรงดัน 10 V ให้กับ Load cell ที่มี Spec. 2 mV/V ที่ Full load สมมุติว่าน้ำหนักเป็น 2,000 กิโลกรัม
ไฮดรอลิกที่มีแผ่นไดอะแฟรม โดยแรงจะถูกส่งผ่านลูกสูบเป็นผลให้ของเหลวภายในช่องแผ่นไดอะแฟรมถูกกดอัด ซึ่งการวัดแรงที่เกิดขึ้นสามารถวัดได้จากความดันของของเหลวความสัมพันธ์ระหว่างแรงกระทำกับแรงดันของของเหลวนี้ มีลักษณะเป็นแบบเชิงเส้นและไม่ขึ้นกับอุณหภูมิและปริมาณของของเหลวในกระบอกสูบโดยปกติโหลดเซลล์แบบนี้จะความแม่นยำ(Accuracy) ในการวัดอยู่ที่ประมาณ 0.3 % ที่ Full Scale ซึ่ง ระดับความแม่นยำนี้ก็เป็นที่ยอมรับได้ในงานอุตสาหกรรมทั่วไป
ของเหลวเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน โหลดเซลล์แบบนี้ มักจะใช้วัดสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่มากนักในงาน อุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดและความปลอดภัยสูง

(รูปที่ 2 วงจรวีตสโตนบริดจ์ )

Thermistor เป็นอุปกรณ์ความต้านทานชนิดที่สามารถเปลี่ยนค่าความต้านทานเมื่อได้รับความร้อน โดยที่ค่าความต้านทานจะเปลี่ยนแปลงแบบไม่เป็นเชิงเส้น กับอุณหภูมิ แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
Positive Temperature Comitial (PTC) เป็นชนิดที่ปกติจะมีค่าความต้านทานต่ำ เมื่อได้รับความร้อนจะทำให้มีค่าความต้านทานสูงขึ้นตามลำดับอุณหภูมิ นำไปใช้ตรวจสอบระดับความร้อน หรือทำให้เกิดความร้อนขึ้นเพื่อควบคุมการจ่ายแรงดันไฟฟ้าให้กับขดลวด เช่น วงจรล้างสนามแม่เหล็กอัตโนมัติของเครื่องรับโทรทัศน์สี (Degaussing coil) เป็นต้น
Negative Temperature Comitial (NTC) เป็นชนิดที่ปกติจะมีความต้านทานสูงเมื่อได้รับความร้อน ค่าความต้านทานจะต่ำลง ใช้งานด้านการตรวจสอบความร้อนเพื่อควบคุมระดับการทำงาน เช่น ในวงจรขยายเสียงที่ดีใช้ตรวจจับความร้อนที่เกิดจากการทำงานแล้วป้อนกลับไปลดการทำงานของวงจรให้น้อยลง เพื่ออุปกรณ์หลักจะไม่เกิดความร้อนมากจนเกินไป



ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%89_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%B2#.E0.B8.9B.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.A7.E0.B8.B1.E0.B8.95.E0.B8.B4
ภาพยนตร์ที่ประทับใจ
Resident Evil ผีชีวะ
ชื่อหนัง : Resident Evil, ผีชีวะ
แนวหนัง : แอ็คชั่น, ระทึกขวัญ, สยองขวัญ, Sci-Fi
ผู้กำกับ : พอล แอนเดอร์สัน
นักแสดง : มิลล่า โจโววิช, มิเชล ร้อดดริเกวซ, เอริค มาเบียส, เจมส์ เพียวฟอย, มาร์ติน คริวส์

เรื่องย่อ
บางอย่างที่เลวร้าย กำลังรอคอยอยู่ใน ‘ไฮฟ์’ (the hive) อันเป็นศูนย์วิจัยทางพันธุกรรม ซึ่งดำเนินการโดย อัมเบรลล่า คอปปอเรชั่น องค์กรลึกลับทางด้านวิศวพันธุกรรม หลังจากเกิดเหตุการณ์แพร่กระจายของไวรัสมรณะ เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า อลิซ (มิลล่า โจโววิช) และ เรน (มิแชล ร้อดดริเกวซ) ได้รับมอบหมาย ให้นำทีมคอมมานโด เข้าสกัดกั้นการแพร่กระจาย ของเชื้อไวรัสภายในศูนย์วิจัย ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่วิจัยหลายคน กลายเป็นปิศาจร้ายซอมบี้ พวกเขาหารู้ไม่ว่า แม้เพียงแค่รอยกัดเพียงรอยเดียว ก็สามารถทำให้พวกเขา กลายเป็นส่วนหนึ่งของพวกมันได้
อลิซและกองกำลังของเธอ มีเวลาในการสกัดกั้นไวรัสร้ายภายในไฮฟ์ เพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้น ก่อนที่กองทัพผีดิบจะยึดครองโลก ระหว่างที่ทำการสกัดกั้นนี้เอง พวกเขาได้พบสาเหตุของการแพร่กระจายของไวรัสมรณะ โดยฆาตกรตัวจริง ที่สังหารเหล่าทีมงานวิจัยก็คือ เร้ดควีน ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่ควบคุมทุกอย่าง ที่อยู่ภายในไฮฟ์
ในการเข้าถึงเร้ดควีน อลิซและลูกทีมของเธอ ต้องผจญกับอุปสรรคที่น่ากลัวมากมาย อาทิ เลเซอร์มรณะ, หมากลายพันธุ์ และ ห้องทดลองขนาดใหญ่ ซึ่งอลิซได้เห็นผลการทดลองที่ชั่วร้าย ของบริษัทอัมเบรลล่า ไม่ช้าอลิซก็พบว่า เหล่าผีร้ายเป็นผลจากการทดลองที่ผิดพลาด ของโปรเจ็กต์ล่าสุดของบริษัทอัมเบรล่า ที่มีชื่อว่า ที – ไวรัส ซึ่งถูกคิดค้นขึ้นมา โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นยาชะลอความแก่ และเพื่อรักษาเชื้อโรคที่เกิดขึ้นในระบบประสาท ไวรัสทีมีศักยภาพ ในการฟื้นคืนชีพเซลล์ที่ตายแล้ว แต่ก่อนที่จะถูกนำไปใช้ในทางบวก ไวรัสตัวนี้กลับถูกแพร่กระจายสู่อากาศเสียก่อน
เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส เร้ดควีนได้ทำการปิดทุกส่วนของไฮฟ์ไว้ ขณะที่เผชิญหน้ากับคอมพิวเตอร์ยักษ์ เรนได้ขอให้เธอพาพวกของเธอออกไปก่อน ซึ่งเดอะเร้ดควีนตอบตกลง แต่ก็ย้ำว่า มันจะปล่อยเฉพาะพวกที่ไม่ติดเชื้อเท่านั้น แน่อนว่าไม่มีพวกเขาคนใดจะหนีไป จนกว่าจะค้นหาแอนตี้ไวรัส ที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสมรณะเจอเสียก่อน ระหว่างนี้ พวกเขาต้องต้องเผชิญกับเดอะลิคเกอร์ สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการกลายพันธุ์อีกตัวหนึ่ง พละกำลังของมันยากที่ใครจะต้านทานได้
ทีมของอลิซจะสามารถหยุดเร้ดควีน และค้นหาแอนตี้ไวรัสได้ทันเวลาหรือไม่ หรือว่าพวกเขาจะกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของกองทัพปิศาจ และถ้ามีคนรอด ใครจะเป็นผู้ที่หนีออกจากไฮฟ์อย่างปลอดภัย ติดตามคำตอบได้ใน Resident Evil
ซึ่ง Resident Evil มีผลงานออกมาด้วยกันแล้ว 3 ภาค แต่ในเร็วๆนี้กำลังจะออกภาคที่ 4
เหตุผลที่ชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้
ผมจะเริ่มเล่าตอนที่ผมได้เริ่มดู Resident Evil I แล้วนั้น มันมีฉากที่ต่อสู้แบบบู้ๆ และก็ลึกลับเป็นที่สนุกสนานและตื่นเต้นมากเลยครับ เพราะว่าเป็นหนังแนววิทยาศาสตร์ที่มีเชื้อโรคที่เกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีอลิซ ที่เป็นนางเอกของเรื่องนี้ ที่จะนำความสงบสุขกลับมาสู่โลกนี้อีกครั้งโดยในภาคใหม่นี้จะมีกองทัพอลิซที่ถูกโคลนนิ่งไว้มากมาย ที่จะมาต่อสู้กับพวกเชื้อโรคเหล่านั้น และในตอนนี้ผมก็ยังคงติดตามข่าวของหนังเรื่องนี้ไปเรื่อยๆๆ เมื่อมีภาคใหม่ออกมา แน่นอนว่าผมต้องไปดูแน่ๆๆครับ

ปาคกยูริ [หัวหน้าวง]
ฮันซึงยอน [พี่รอง]
จองนิโคล
กูฮารา
หนังเรื่องนี้ ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550 (ปัจจุบันสามารถหาซื้อได้ตามร้านขาย dvd ชั้นนำทั่วไป) กำกับโดย Kim Young Hwa นำแสดงโดย Kim Ah Joong และ Joo Jin Mo มีเนื้อเรื่องอยู่ว่า " ฮันนะ (คิมอาจุง) สาวร่างท้วมน้ำหนักกว่า 200 ปอนด์ ผู้มีเสียงร้องเป็นเลิศ แต่ต้องหลบอยู่หลังเวทีคอยร้องลิปซิงค์ในกับนักร้องสาวสวยชื่อดังอย่าง อามิ โดยการเกลี้ยกล่อมของซังจุน (จูจินโม) โปรดิวเซอร์ซึ่งเห็นพรสวรรค์ในตัวเธอ ฮันนะต้องการเอาชนะใจของซังจุน แต่น้ำหนักเจ้ากรรมของเธอเป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวง เธอจึงตัดสินใจทำศัลยกรรมแปลงโฉมทั้งตัว กลายเป็นนักร้องสาวสวยเสียงดีนาม เจนนี่ แล้วความรักของฮันนะจะเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ ซังจุนจะมองห็นตัวตนที่แท้จริงที่อยู่ในตัวเธอไหมนะ ก็ลองไปหามาดูนะครับ ผมขอสปอยแค่นี้เดียวเสียอัธรสกันพอดีนะครับ"
สิ่งที่ประทับใจ
"เป็นเรื่องที่ทำให้ผมรู้ได้จัก คิมอาจุง เป็นครั้งแรก ซึ่งเธอแสดงได้อย่างมีเอกลักษณ์ ทำให้ลืมเธอคนไม่ลงเลยหละครับ และถ่ายถอดอารมณ์ ความรู้สีกของตัวละคร ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้เธอก็เป็นคนร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เองด้วย ซึ่งเสียงของเธอนั้นทั้งไพเราะและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง จริงๆครับ นอกจากนี้ผมก็ยังชอบคำสอนของพ่อนางเอกในหนังที่ว่า มีเพียงแค่พระเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่เป็นได้ทุกอย่าง มนุษย์อย่างเราทำเพียงสิ่งที่ตนเองทำได้ก็พอแล้ว"